วิสัยทัศน์ "เป็นเครือข่ายที่ได้มาตรฐานคุณภาพบริการ บูรณาการงานเชิงรุก สร้างสุขภาวะอย่างยั่งยืน"
ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่...ศูนย์สุขภาพชุมชน โรงพยาบาลยะรัง

วันจันทร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2559

พาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาแก้ปวดที่หาซื้อรับประทานกันได้เองง่ายๆ  จากร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อได้ทั่วไป สำหรับผู้ใหญ่คงไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่จะซื้อยาพาราเซตามอลมารับประทานเอง แต่สำหรับเด็กที่มีน้ำหนักตัวต่างกันมาก การให้ยาพาราเซตามอล เพื่อลดไข้ในแต่ละครั้งเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ใหญ่ควรให้ความสำคัญ เพื่อป้องกันการให้ยาที่เกินขนาด ทำให้ยาออกฤทธิ์ซ้ำซ้อนจนเกิดพิษจากยาที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้


พาราเซตามอลแบบไหนที่เหมาะกับหนู
ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากยาพาราเซตามอลชนิดน้ำสำหรับเด็กมีหลายสูตร แบ่งตามความเข้มข้น ซึ่งจะแสดงอยู่ที่ฉลากยา ผู้ปกครองควรระวังและตรวจสอบความเข้มข้นของตัวยาว่าเหมาะสมกับขนาดรับประทานของเด็กหรือไม่ โดยดูได้จากฉลากข้างขวดยาทั้งนี้ในรายที่อาเจียนมากจนรับประทานยาไม่ได้ อาจให้ยาพาราเซตามอลชนิดเหน็บทางทวารหนัก ซึ่งผู้ปกครองสามารถสอบถามได้จากแพทย์
เมื่อพาราเซตามอลในตัวหนูเกินขนาด
สัญญาณเตือนของร่างกาน เมื่อมียาพาราเซตามอลเกินขนาดนั้นไม่มีความจำเพาะเจาะจง  ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง หรืออาจไม่มีอาการใดๆ แสดงให้เห็น อย่างไรก็ดีหากมีอาการ ตัวเหลือง ตาเหลือง หลังรับประทานอาหารยาไปแล้ว 24-48 ชั่วโมง ควรรีบมาพบแพทย์
คำแนะนำสำหรับการใช้ยาพาราเซตามอล
- ปฎิบัติตามคำสั่งแพทย์เรื่องหารใช้ยาอย่างเคร่งครัด
- จดจำชื่อยาและเข้มข้นของยาให้เหมาะสมกับความรุนแรงของอาการ
- ใช้ยาแต่พอดี คือ ทุก 4-6 ชั่วโมงและไม่เกิน 5 ครั้งต่อวัน
- ใช้ยาเมื่อจำเป็นเท่านั้น
- หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ไอ แก้หวัด ที่มีตัวยาพาราเซตามอลเป็นส่วนประกอบร่วมกับยาลดไข้ เพื่อไม่ให้ยาเกินขนาด
- พกยาติดตัวทุกครั้งที่พาลูกไปพบแพทย์
- เช็ดตัวควบคู่กับการใช้ยา ทำให้ไข้ลดเร็วขึ้น
ที่มา : โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หนังสั้น สื่อสารชุมชน

สุขภาพอินเทรนด์

เกร็ดความรู้สุขภาพ

ข่าวฮอต ข่าวฮิต